
ฮาลันด์จ่อซบมาดริด! ดีลยักษ์ใหญ่ UCL เปิดฉาก
BREAKING! เออร์ลิง ฮาลันด์ ใกล้บรรลุข้อตกลงย้ายซบเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวมหาศาล 170 ล้านยูโร สัญญา 5 ปี ขณะที่แมนฯ ซิตี้ ชนะบาเยิร์น 3-1 ใน UCL และโปเช็ตติโน่กำลังเผชิญแรงกดดันที่เชลซี
แชร์ข่าวนี้
BREAKING! เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าฟอร์มร้อนแรงของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใกล้บรรลุข้อตกลงย้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์นี้! แหล่งข่าวระดับสูงที่ใกล้ชิดกับทั้งสองสโมสรเปิดเผยกับเราว่าการเจรจาระหว่างตัวแทนของฮาลันด์และฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัล มาดริด ดำเนินไปอย่างเข้มข้นตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และขณะนี้ทุกฝ่ายใกล้จะหาข้อสรุปได้แล้ว นี่คือดีลยักษ์ใหญ่แห่งปีอย่างแท้จริง!
มาดริดพร้อมทุ่มค่าตัวมหาศาลเพื่อดึงตัวฮาลันด์มาร่วมทีม โดยคาดการณ์ว่าข้อเสนอเบื้องต้นจะอยู่ที่ประมาณ 170 ล้านยูโร ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าค่าฉีกสัญญาเดิมของเขาอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อตัดหน้าคู่แข่งอย่างปารีส แซงต์-แชร์กแมง และบาเยิร์น มิวนิค ที่ก็ให้ความสนใจในตัวดาวยิงนอร์เวย์รายนี้เช่นกัน สัญญาที่เสนอให้กับฮาลันด์จะเป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมค่าเหนื่อยที่สูงลิ่ว ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสุดในโลกฟุตบอล การเซ็นสัญญาครั้งนี้จะเข้ามาเติมเต็มแนวรุกของราชันชุดขาวให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลยุโรป
ในขณะเดียวกัน ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งเปิดบ้านเอาชนะบาเยิร์น มิวนิค ไปได้ 3-1 ในเลกแรกเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยฮาลันด์ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ยิงไป 1 ประตูและทำอีก 1 แอสซิสต์ ผลการแข่งขันนี้ทำให้ซิตี้กุมความได้เปรียบอย่างมากก่อนจะบุกไปเยือนอัลลิอันซ์ อารีน่าในเลกที่สอง ส่วนในยูโรป้า ลีก ลิเวอร์พูลก็ยังคงเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง พวกเขาบุกไปเอาชนะสปอร์ติ้ง ลิสบอน 2-0 ในเลกแรก ทำให้โอกาสเข้ารอบต่อไปสดใสมาก
นอกจากข่าวฮาลันด์แล้ว เรายังมีข่าวเอ็กซ์คลูซีฟจากพรีเมียร์ลีก! เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมเชลซี กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักหลังจากผลงานของทีมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แหล่งข่าวภายในสโมสรเปิดเผยว่าบอร์ดบริหารกำลังพิจารณาอนาคตของเขาอย่างจริงจัง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้จัดการทีมก่อนสิ้นสุดฤดูกาล หากผลงานยังคงย่ำแย่ต่อไป มีชื่อของโรแบร์โต้ เด แซร์บี้ และรูเบน อโมริม เป็นตัวเต็งที่จะเข้ามาคุมทีมแทนที่ นี่คือสถานการณ์ที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิดในสแตมฟอร์ด บริดจ์! Stay tuned for more!
